2026-04-02
การทดสอบฉนวน: ใช้เครื่องทดสอบความต้านทานฉนวน XHMR-5000V วัดฉนวนของเฟส C ได้ 0.08 MΩ โดยมีแรงดันตกค้าง 468 V สำหรับเฟส A และ B ค่าฉนวนถึงช่วง GΩ ภายใน 15 วินาที ซึ่งถือว่าปกติ ข้อสรุปเบื้องต้น: เฟส C มีความผิดปกติของฉนวนหลัก
![]()
การตรวจสอบความยาวทั้งหมด: ขั้นแรก ใช้เครื่องทดสอบความผิดพลาดของสายเคเบิล XHGG502 วัดความยาวทั้งหมดของสายเคเบิล—ด้วยวิธีพัลส์แรงดันต่ำ—ได้ประมาณ 6400.9 เมตร ตัวเลขนี้สอดคล้องกับความยาวสายเคเบิลที่ทราบ ณ สถานที่
![]()
![]()
ใช้วิธีการปล่อยประจุแรงดันสูง (High-Voltage Flashover Method) โดยใช้เครื่องทดสอบความผิดพลาดของสายเคเบิล XHGG502 เพื่อกำหนดระยะห่างของความผิดพลาดบนเฟส C โดยใช้หม้อแปลงทดสอบ XHYB-5/50 ร่วมกับตัวเก็บประจุพลังงานพัลส์ XHCC-6/40 จุดที่เกิดความผิดพลาดได้พังทลายลงเมื่อแรงดันเพิ่มขึ้นถึง 14 kV ทำให้เกิดรูปคลื่นการปล่อยประจุมาตรฐาน จากการวิเคราะห์รูปคลื่น จุดที่เกิดความผิดพลาดอยู่ที่ประมาณ 1694.5 เมตรจากขั้วทดสอบ
![]()
จากแบบแปลนทางเทคนิค เจ้าหน้าที่ ณ สถานที่ได้ระบุเส้นทางสายเคเบิลในบริเวณใกล้เคียงกับเครื่องหมาย 1694.5 เมตร เพื่อเพิ่มเสียงการปล่อยประจุและอำนวยความสะดวกในการระบุตำแหน่งที่แม่นยำ ช่างเทคนิคได้เพิ่มแรงดันขึ้นประมาณ 23 kV จากนั้นจึงดำเนินการตามเส้นทางโดยใช้อุปกรณ์ระบุตำแหน่งความผิดพลาดของสายเคเบิล XHDD503E เพื่อทำการติดตามด้วยคลื่นเสียง-แม่เหล็กพร้อมกัน เสียงการปล่อยประจุมีดังมาก—ได้ยินชัดเจนและแยกแยะได้ง่ายในที่โล่ง เมื่อตามเสียง ทีมงานได้ระบุตำแหน่งที่แน่นอนของความผิดพลาดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้กระบวนการระบุตำแหน่งเสร็จสมบูรณ์ด้วยประสิทธิภาพและความแม่นยำสูง
![]()
การขุดค้นยืนยันว่าตำแหน่งที่เกิดความผิดพลาดอยู่ใต้คูระบายน้ำที่สร้างขึ้นใหม่ซึ่งอยู่เหนือสายเคเบิลโดยตรง ในระหว่างการก่อสร้าง ขณะที่คนงานกำลังตั้งแบบหล่อเหล็กเสริม เหล็กเส้นได้เจาะเข้าไปในสายเคเบิลโดยตรง—ทะลุชั้นฉนวน—ส่งผลให้เกิดความผิดพลาดแบบเฟสต่อลงดินบนเฟส C ผลการขุดค้นสอดคล้องกับการระบุตำแหน่งที่วินิจฉัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้สาเหตุของความผิดพลาดชัดเจนและไม่คลุมเครือ
![]()
![]()
![]()